Architeuthis : The Giant Squid

posted on 29 Oct 2009 14:13 by childdreaming
The Giant Squid
 
! ! ! + + Architeuthis + + ! ! !
 
 
  <The Kraken : A Monster in Norse Mythology>
 
          ผมเชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับอสูรกายคราเคน (Kraken) มาบ้าง ถ้าไม่เคยในภาพยนตร์เรื่อง Pirates of the Caribbean ภาค Dead Man's Chest และ At World's End เจ้าอสูรกายตัวนี้ก็โผล่มามีบทบาทด้วย ไปหาดูกันได้ครับ
 
          ตำนานอสูรกายคราเคนนี้เป็นเรื่องเล่าที่อยู่ในตำนานเทพเจ้ายุโรปเหนือ (Norse Mythology) เทียบกับสมัยนี้ก็อยู่ทางแถบประเทศนอร์เวย์ครับ อสูรกายขนาดมหึมาตัวนี้มีหนวดขนาดใหญ่ เมื่อโผล่ขึ้นจากน้ำพรวดเดียวก็สูงกว่าเสากระโดงเรือ และจะโจมตีเรือเดินสมุทรอย่างกระทันหัน โดยหนวดคู่หน้าของมันจะโอบรัดลำเรือเอาไว้ ส่วนหนวดที่เหลือก็จะรัดลูกเรือจนกระดูกแหลกเหลว บ้างก็รัดเข้ามาป้อนเข้าปากอันน่ากลัวของมัน ในบรรดาเรื่องเล่าเกี่ยวกับสัตว์ยักษ์ใต้สมุทร คงไม่มีเรื่องไหนจะน่ากลัวเท่าความดุร้ายของคราเคนอีกแล้ว ว่ากันว่าของอสูรกายแห่งท้องทะเลตัวนี้ทำให้ชาวประมงและกะลาสีในยุคนั้นต้องหวาดกลัว ขวัญหนีดีฝ่อ และถึงกับห้ามเอ่ยนามของมันยามออกทะเลกันเลยทีเดียว ในนิยายวิทยาศาสตร์ของจูลส์ เวิร์น (Jules Verne) เรื่องใต้ทะเล 20,000 โยชน์ (20,000 Leagues Under the Sea) บางทีก็อาจจะมาจากตำนานนี้ก็เป็นได้ครับ
 
 
 
 
          เรื่องราวของหมึกยักษ์จากตำนานกลับกลายเป็นความจริงในเดือนพฤศจิกายน ปี ค.ศ. 1861 ขณะที่เรืออะเลคตัน (Alecton) แห่งกองทัพเรือฝรั่งเศสกำลังแล่นอยู่นอกชายฝั่งหมู่เกาะคานารี (Canary Islands) ลูกเรือเห็นสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่ซึ่งมีหางยาวและมีหนวดหลายเส้นที่ผิวน้ำ ปืนเรือได้ระดมยิงไปยังเป้าหมายทันทีและแล่นติดตามไปจนกระทั่งสามารถใช้ฉมวก แทงและใช้เชือกคล้องมันไว้ได้ สัตว์ประหลาดดังกล่าว คือ หมึกยักษ์ที่ไม่มีใครเคยพบเห็นมาก่อน กัปตันจึงสั่งให้ลูกเรือยกมันขึ้นมาบนเรือ ทว่าไม่สามารถยกได้จึงตัดสินใจตัดหนวดของมัน ซึ่งต่อมาชิ้นส่วนหนวดดังกล่าวถูกส่งไปยัง French Academy of Sciences แต่ทว่านักวิทยาศาสตร์ที่นั่นในสมัยนั้นต่างก็ไม่เชื่อว่าเป็นหมึกยักษ์จริงๆ
 
  <Alecton : French's Gunship>
 
          ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ได้สรุปว่ามีหมึกยักษ์ใต้ทะเลลึกอยู่จริง 2 ชนิด (ที่มีหลักฐานในการค้นพบ) แต่ก็ไม่ได้มีขนาดใหญ่โตมโหฬารอย่างที่ตำนานว่าไว้ ชนิดแรกคือ "Giant Squid" หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า "Architeuthis" และอีกชนิดหนึ่งคือ "Colossal Squid" หรือชื่อวิทยาศาสตร์ว่า "Mesonychoteuthis" ซึ่งจริงๆ แล้วหมึกยักษ์พวกนี้ (และรวมถึงหมึกทั่วไป) เป็นสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง แล้วก็ไม่ได้เป็นสัตว์ในตระกูลปลา เราจึงไม่ควรเรียกมันว่า "ปลาหมึก" แต่ให้เรียกว่า "หมึก" เฉยๆ ครับ (ซึ่งมีสัตว์อีกหลายประเภทที่เราเรียกกันติดปากว่า "ปลา" ทั้งๆ ที่มันไม่ได้อยู่ในสัตว์ตระกูลปลาเลย เช่น ฉลาม, โลมา, วาฬ, ฯลฯ)
 
<Architeuthis : The Giant quid> 

 
          หมึกยักษ์ ไจแอนต์ สควิด เป็นสิ่งมีชีวิตในไฟลัมมอลลัสกา (Phylum Mollusca) ที่กินเนื้อเป็นอาหาร รูปร่างของมันคล้ายจรวดตอร์ปิโดขนาดใหญ่ เคลื่อนที่โดยกระบวนการพ่นน้ำออกจากท่อเช่นเดียวกับหมึกทั่วไป มีหนวด 5 คู่ มีคู่หนึ่งเล็กและยาวกว่าคู่อื่นๆ ซึ่งใช้สำหรับจับเหยื่อและนำเข้าไปในปาก ดวงตามีขนาดประมาณ 18 นิ้ว ใหญ่ที่สุดในบรรดาสัตว์ชนิดต่างๆ ส่วนใหญ่แล้ว ไจแอนต์ สควิด จะอาศัยอยู่ใต้ทะเลในระดับความลึกประมาณ 200-1,000 เมตร หรือประมาณ 650-3,300 ฟุต (หรืออาจจะลึกกว่านั้น) มีน้ำหนักตัวมากกว่า 1,000 กิโลกรัม ตัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดพบที่ทะเลของประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อ ปี ค.ศ. 1880 มีขนาดยาวถึง 18.5 เมตร
 
<Mesonychoteuthis : The Colossal Squid> 
 
          ส่วน โคลอสแซล สควิด เป็นหมึกยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่า ไจแอนต์ สควิด นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามันมีขนาดยาวมากกว่า 20 เมตร แต่หมึกยักษ์ชนิดนี้ยังเป็นที่รู้จักกันน้อยมาก โคลอสแซล สควิด ถูกพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1925 จากซากหนวดของมันในกiะเพาะของวาฬสเปิร์ม (Sperm Whale) โคลอสแซล สควิด เคยติดอวนที่ระดับความลึกประมาณ 2,000-2,200 เมตร
 
          ในปี ค.ศ. 2003 นักชีววิทยาทางทะเลชาวฝรั่งเศสพบว่า ในกระเพาะของฉลามสลีปเปอร์ (Sleeper Shark) ที่ติดอวนนอกชายฝั่งแอนตาร์กติกาจำนวน 36 ตัว มีซากหมึกยักษ์โคลอสแซล 49 ตัวและหมึกยักษ์ไจแอนต์ 8 ตัว หลักฐานนี้บอกกับนักชีววิทยาทางทะเลว่า ฉลามสลีปเปอร์เองก็กินหมึกยักษ์เช่นเดียวกับวาฬสเปิร์ม และอาศัยอยู่ในระดับน้ำลึกเดียวกันกับหมึกยักษ์ด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้น ไจแอนต์ สควิด และ โคลอสแซล สควิด ต่างก็เป็นทั้งผู้ล่าและเหยื่อ ของวาฬสเปิร์มและฉลามสลีปเปอร์ ในห่วงโซ่อาหารนี้ด้วยกันทั้งสิ้น
 
          ในปัจจุบันหมึกยักษ์ทั้งสองชนิดเป็นที่สนใจของนักวิทยาศาสตร์อย่างมาก สัตว์ที่ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดใหญ่ที่สุดในโลกทั้งสองชนิดนี้อยู่ในฐานะสัตว์ลึกลับ เพราะไม่เคยมีใครเคยเห็นมันในสภาพแวดล้อมที่มันอาศัยอยู่เลย ซึ่งในสภาวะปกติแล้ว ไจแอนต์ สควิด ขนาดใหญ่ที่โตเต็มวัยจะอาศัยอยู่แต่ในทะเลลึกที่มีแรงดันสูง และระบบหายใจของมันทำงานได้ดีในที่ที่น้ำทะเลค่อนข้างเย็นจัด จึงยากต่อการพบเห็นในขณะที่ยังมีชีวิต จนกระทั่งเมื่อวันที่ 30 กันยายน ค.ศ. 2004 ไจแอนต์ สควิด ถูกบันทึกภาพได้เป็นครั้งแรกโดยนักวิทยาศาสตร์ญี่ปุ่นสองคน คือ สึเนมิ คุโบเดระ จากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งญี่ปุ่น และ เคียวอิจิ โมริ จากสมาคมชมวาฬแห่งโอกาซาวารา
 
<Fishing Architeuthis> 


          โดยนักวิทยาศาสตร์ได้ใช้สเปิร์มของวาฬเป็นเหยื่อล่อ ไจแอนต์ สควิด ใต้ทะเลลึกนอกชายฝั่งเกาะโอกาซาวารา ไม่นานนัก ไจแอนต์ สควิด ที่มีความยาวประมาณ 8 เมตร ก็เข้าปะทะกับเบ็ดที่มีความยาวกว่า 900 เมตร ใต้ผืนน้ำอันเย็นและมืดสนิทในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกเหนือ (North Pacific Ocean) โดยมันใช้หนวดคู่ยาวจับเหยื่อ และใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ในการดิ้นรนเพื่อหลุดออกจากเบ็ดและต้องแลกกับการสูญเสียหนวดเส้นหนึ่งให้นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษา (เกร็ดความรู้ : หนวดของหมึกเมื่อขาดไปไม่ว่าด้วยสาเหตุใด ก็จะสามารถงอกขึ้นมาใหม่ทดแทนได้ครับ)
 
          นักวิทยาศาสตร์สรุปว่าพฤติกรรมของ ไจแอนต์ สควิด แสดงให้เห็นว่ามันเป็นสัตว์นักล่า ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ที่สนับสนุนว่า ไจแอนต์ สควิด มีความดุร้าย
 
- เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อทศวรรษ 1930 ไจแอนต์ สควิด เข้าโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันชื่อ บรุนส์วิคก์ ของกองทัพเรือนอร์เวย์ถึง 3 ครั้ง โดยพยายามใช้หนวดจับลำตัวเรือ

- ปี ค.ศ. 1965 ลูกเรือกองเรือล่าปลาวาฬของอดีตสหภาพโซเวียตเห็นการต่อสู้ของ ไจแอนต์ สควิด กับวาฬสเปิร์ม ที่มีน้ำหนักประมาณ 40 ตัน ผลการต่อสู้จบลงโดยไม่มีฝ่ายใดเป็นผู้ชนะ

- ปี ค.ศ. 2003 ไจแอนต์ สควิด ขนาด 7-8 เมตร โจมตีเรือของนักเดินทางรอบโลกชาวฝรั่งเศส ในทะเลของโปรตุเกส มันใช้หนวดจับลำตัวเรือและโยกไปมาอย่างรุนแรง

          นักวิทยาศาสตร์จึงตั้งทฤษฎีว่า ไจแอนต์ สควิด ขนาดใหญ่ที่โตเต็มวัยจะเป็นฝ่ายโจมตีวาฬสเปิร์มก่อน และการโจมตีเรือเดินสมุทรในสมัยก่อนของมัน คือ การเข้าใจผิดว่าเป็นวาฬสเปิร์มนั่นเอง หลักฐานที่สนับสนุนทฤษฎีนี้ก็คือ ซากของ ไจแอนต์ สควิด ที่พบในกระเพาะของวาฬสเปิร์มนั้นล้วนแล้วแต่เป็น ไจแอนต์ สควิด ขนาดเล็กและขนาดกลางเท่านั้น ถ้าทฤษฎีนี้ถูกต้อง ไจแอนต์ สควิด ขนาดมหึมานั้นก็คู่ควรกับการเรียกขานชื่อมันว่า "อสูรกายใต้ทะเลลึก"